"“คิดถึงเธอ” ไม่ได้ให้แค่ความรู้สึกเหมือนเพลงรักทั่วไป แต่ให้ฟีลเหมือนเราได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกของซีรีส์รักไทยเรื่องหนึ่ง ที่มีทั้งความเขิน ความไม่มั่นใจ ความต่างทางสังคม และความรู้สึกแอบชอบที่ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ"
มีเพลงบางเพลงที่พอฟังครั้งแรก คนฟังจะรู้สึกทันทีว่า “เพลงนี้ต้องมาจากซีรีส์แน่ๆ”
“คิดถึงเธอ” ของ Ajarn David เป็นเพลงแบบนั้น
ตั้งแต่ช่วงอินโทรแรก เพลงให้ความรู้สึกเหมือนเพลงประกอบซีรีส์รักมหาวิทยาลัยสักเรื่องที่กำลังดังอยู่ใน Netflix หรือ GMMTV — เรื่องของผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่พยายามเข้าหาผู้หญิงที่เขารู้สึกว่าอยู่สูงกว่า ทั้งเรื่องการศึกษา ภาษา บุคลิก และความมั่นใจ
และสิ่งที่น่าสนใจคือ คนไทยจำนวนมากที่ได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรก โดยไม่รู้ที่มา ต่างถามคล้ายกันว่า
“เพลงนี้มาจากซีรีส์เรื่องอะไร?”
นั่นอาจเป็นเพราะ “คิดถึงเธอ” ไม่ได้ให้แค่ความรู้สึกเหมือนเพลงรักทั่วไป แต่ให้ฟีลเหมือนเราได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกของซีรีส์รักไทยเรื่องหนึ่ง ที่มีทั้งความเขิน ความไม่มั่นใจ ความต่างทางสังคม และความรู้สึกแอบชอบที่ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ
เพลงฟีลซีรีส์ไทย ที่เล่าเรื่องผ่านความไม่มั่นใจ
จุดที่ทำให้เพลงนี้ต่างจากเพลงรักทั่วไป คือความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งสองคน
ฝ่ายผู้ชายดูเป็นคนจริงใจ อ่อนโยน แต่ไม่มั่นใจในตัวเอง โดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงที่ดูเก่งกว่า ดูมีการศึกษามากกว่า และใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ส่วนฝ่ายผู้หญิง ไม่ได้เย็นชาหรือหยิ่ง แต่เป็นคนที่ซ่อนความรู้สึกเก่ง พูดตรงในแบบผู้หญิงไทยสมัยใหม่ และดูเหมือนคนที่ผู้ชายรู้สึกว่า “เอื้อมไม่ถึง”
นี่คือ dynamic ที่ซีรีส์ไทยใช้บ่อยมาก เพราะมันใกล้ชีวิตจริงของคนดู
ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เด็กต่างจังหวัด คนที่ไม่มั่นใจเรื่องภาษาอังกฤษ หรือคนที่รู้สึกว่าตัวเองธรรมดาเกินไปสำหรับใครบางคน ทุกคนเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ทันที
และเพลง “คิดถึงเธอ” ถ่ายทอดสิ่งนั้นออกมาแบบไม่พยายามเกินไป
ฟีลเหมือน OST ซีรีส์รักมหาวิทยาลัย
สิ่งที่ทำให้หลายคนคิดว่าเพลงนี้เป็น OST จริง คือภาพในหัวที่เกิดขึ้นขณะฟังเพลง
การรอคอยสำคัญ การไม่รู้สำคัญ การคิดถึงใครเงียบ ๆ ก็สำคัญ
คนฟังแทบจะมองเห็นฉากได้ทันที
ผู้ชายรออยู่คนเดียวในร้านเล็กๆ ตอนกลางคืน อ่านข้อความแชตซ้ำไปมา ผู้หญิงอีกคนกำลังลังเลว่าจะตอบยังไง หรือฉากเดินสวนกันในมหาวิทยาลัยโดยไม่มีใครกล้าพูดสิ่งที่ตัวเองรู้สึกจริงๆ
เพลงไม่ได้เล่าเรื่องแบบตรงเกินไป แต่ปล่อยให้ความเงียบและความคิดถึงทำงานเอง นี่คือเสน่ห์แบบเดียวกับเพลงประกอบซีรีส์ไทยหลายเรื่องที่คนดูจำได้แม้ซีรีส์จะจบไปแล้ว
เพลงไม่ได้พยายาม “ขายความเศร้า” แต่ปล่อยให้คนฟังเข้าไปอยู่ในอารมณ์นั้นเอง
ทำไมเพลงนี้ถึงให้ฟีลซีรีส์ไทยมาก
อีกเหตุผลหนึ่งที่เพลงนี้ให้ฟีลซีรีส์ไทยชัดมาก คือการใช้ภาษา
ตัวเพลงเป็นเพลงคู่ชายหญิงแบบ bilingual โดยฝ่ายผู้ชายร้องภาษาอังกฤษเป็นหลัก ส่วนคอรัสใช้ภาษาไทยว่า “คิดถึงเธอ”
แต่แทนที่ภาษาอังกฤษจะทำให้เพลงดูไกลตัว กลับยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของตัวละครชัดขึ้น
เพราะในสังคมไทย ภาษาอังกฤษยังเชื่อมโยงกับภาพของคนเก่ง คนมีการศึกษา คนเมือง หรือคน hi-so อยู่พอสมควร
ผู้ชายในเพลงจึงรู้สึกกดดัน และกลัวว่าตัวเองจะดูไม่ดีพอสำหรับผู้หญิงคนนี้
นี่เป็นความรู้สึกที่คนไทยจำนวนมากเข้าใจทันทีโดยไม่ต้องอธิบายเยอะ
และนี่เองที่ทำให้เพลงฟังแล้วเหมือนหลุดออกมาจากซีรีส์รักไทยยุคใหม่ ที่ไม่ได้เน้นดราม่าใหญ่โต แต่เน้น emotional tension เล็ก ๆ ระหว่างคนสองคน




